หลักสูตรใหม่คืบหน้า80% ทดลองใช้ปี57

210870

“ภาวิช” ย้ำหลักสูตรใหม่ไม่ได้เน้นสอน แต่เอื้อให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น เผยหลักสูตรใหม่ 6 กลุ่มการเรียนรู้ทำเสร็จแล้วกว่า80% คาดเริ่มต้นนำร่องใช้ปีการศึกษาหน้า ใน 3,000 โรงเรียน

วันนี้ (10 มิ.ย.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้จัดประชุมสัมนาวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติประจำปี 2556 โดยศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พลิกโฉมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน: หลากหลายเส้นทางสู่การปฎิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21ว่า ขณะนี้ศธ.กำลังปรับปรุงหลักสูตร เนื่องจากแต่ละหลักสูตรต้องมีการปรับปรุงตลอด เพื่อความทันสมัย เช่น หลักสูตรอุดมศึกษาต้องปรับทุก 5 ปี หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วโลกจะปรับทุก10 ปี แต่หลักสูตรพื้นฐานของไทยที่ใช้อยู่ 12 ปีแล้ว แต่มีการปรับเพียงเล็กน้อย หรือเป็นหลักสูตรสั้น ย่อเกินไป จนอาจเรียกว่าหลักสูตรพิกลพิการก็ได้ อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรแบบปลายเปิดที่เหมาะสมกับครูที่มีความสามารถ ขณะที่ครูไทยไม่ได้มีความสามารถเท่าเทียมกัน หลักสูตรเป็นการเรียนแบบหน้ากระดาน ทั้งที่มนุษย์จะมีพัฒนาการทางสมองไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเวลา ถ้าจะจัดการศึกษาก็ต้องคำนึงถึงการพัฒนาทางสมอง สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้ที่แท้จริงและมีความยั่งยืน โดยที่ผู้เรียนสามารถใช้ได้หลากหลายวิธี เพื่อให้เกิดความรู้ไม่ใช่การสอนจากครู และให้ได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าวต่อไปว่า เด็กไทยเข้าระบบการศึกษาปีละ 8 แสนคน แต่หลักสูตรที่ใช้กันอยู่รองรับเด็กเข้าอุดมศึกษาได้เพียง 3 แสนคน ที่เหลือ 5 แสนคนไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน เพราะหลักสูตรไม่ได้สร้างศักยภาพให้แก่เด็ก จึงทำให้คนของประเทศไม่มีคุณภาพ ดังนั้นหลักสูตรใหม่ 6 กลุ่มการเรียนรู้จะเน้นการเตรียมคนยุคใหม่ให้อยู่ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีวิธีคิดใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถคิดวิเคราะห์ สามารถแก้ปัญหาได้ มีวิธีทำงานแบบใหม่ สามารถสื่อสาร และทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักใช้เครื่องมือในการทำงาน หรือการใช้เทคโนโลยีสื่อสารสนเทศ และต้องมีความเป็นพลเมืองโลก การมีชีวิตและอาชีพที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม นอกจากนี้การเรียนการสอนคนยุคใหม่นั้น ต้องสำนึกว่าการเรียนต้องมีความสำคัญและมีน้ำหนักมากกว่าการสอน การศึกษาต้องเริ่มต้นด้วยความรู้และกระบวนการ ครูต้องกลายเป็นผู้เสนอแนะ ผู้ทำให้เด็กได้คิด ครูต้องไม่คิดว่าเด็กออกนอกห้องเรียนและหมดหน้าที่ของตนเอง แต่ต้องสร้างความท้าทายให้แก่ตนเองว่าจะลดเวลาในห้องเรียนและเพิ่มเวลานอก ห้องเรียน โดยเรียนในห้องเรียน 600 ชม. นอกห้องเรียน 400 ชม. การสอนนอกห้องเรียนต้องจัดให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละบุคคล

“ร่างหลักสูตรใหม่เสร็จไปแล้ว 80 % ปลายเดือนมิถุนายนนี้จะมีการประชุมรวมทั้ง 6 กลุ่มการเรียนรู้ก่อนจะสรุปรวบรวมอีกครั้ง ซึ่งหลักสูตรใหม่น่าจะเสร็จก่อน 8 เดือน ที่รมว.ศึกษาธิการกำหนดไว้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในปีการศึกษาหน้า โดยจะทดลองนำร่องในโรงเรียนเครือข่ายของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย 30 สถาบัน รวมประมาณ 3,000 โรงเรียน และเริ่มใช้กับนักเรียนป.1 ป. 4 ม.1 และม.4 ก่อนที่จะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ทั้งนี้การปรับหลักสูตรใหม่นั้นจะค่อยเป็นค่อยไปจะไม่ปรับทั้งระบบพร้อมกัน ทันที”ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช กล่าว

แหล่งที่มา :

เดลินิวส์ออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s